นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก (ต่อไปนี้จะเรียกว่า คลินิก) ได้จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการทุกท่านที่เยี่ยมชมหรือติดต่อเข้ามายังเว็บไซต์ของคลินิก (https://www.pribtatangerine.com/) ดังนี้

 

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

  1. เพื่อความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเว็บไซต์คลินิก เว็บไซต์จึงได้จัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ เช่น อีเมล ชื่อ ที่อยู่หรือที่ทำงาน รหัสไปรษณีย์ หรือ หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น
  2. ในกรณีที่ท่านขอรับบริการอย่างใดอย่างหนึ่ง คลินิกจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพิ่มเติม ได้แก่ เพศ อายุ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลเพื่อการประเมินความเสี่ยง
  3. นอกจากนั้น เพื่อสำรวจการใช้บริการ อันจะเป็นประโยชน์ในการนำสถิติไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการของคลินิก จึงจำเป็นต้องจัดเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านบางอย่างเพิ่มเติม ได้แก่ หมายเลขไอพี (IP Address) ชนิดของโปรแกรมเบราว์เซอร์ โดเมนเนม (Domain Name) หน้าเว็บที่ผู้ใช้เยี่ยมชม เวลาที่เยี่ยมชมเว็บไซต์ และเว็บไซต์ที่ผู้ใช้บริการเข้าถึงก่อนหน้านั้น
  4. คลินิกขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่นที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์นี้ เพื่อจะได้ทราบและเข้าใจว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ หรือดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร ทั้งนี้ ไอเอชอาร์ไอ ไม่สามารถรับรองข้อความ หรือรับรองการดำเนินการใด ๆ ตามที่ได้มีการประกาศไว้ในเว็บไซต์ดังกล่าวได้ และไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ หากเว็บไซต์เหล่านั้นไม่ได้ปฏิบัติหรือดำเนินการใด ๆ ตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เว็บไซต์ดังกล่าวได้ประกาศไว้

 

การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

  1. คลินิกจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพียงเท่าที่จำเป็น ชื่อ (ที่ท่านกำหนดได้เอง) อีเมล หรือ หมายเลขโทรศัพท์ เพื่อใช้ในการติดต่อ ให้บริการ ประชาสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งสำรวจความคิดเห็นของท่านในการบริการของคลินิก เท่านั้น

 

  1. ในกรณีที่คลินิก ได้ว่าจ้างหน่วยงานภายนอกอื่นเพื่อให้ดำเนินการซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาทิเช่น การจัดส่งพัสดุไปรษณีย์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ เป็นต้น คลินิกจะกำหนดให้หน่วยงานที่ได้รับการว่าจ้างให้ดำเนินการดังกล่าวต้องจัดเก็บรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และกำหนดข้อห้ามมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของคลินิก

การรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อประโยชน์ในการรักษาความลับและความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ไอเอชอาร์ไอ จึงได้กำหนดระเบียบภายในหน่วยงานเพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และเพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลบางอย่างที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เช่น ชื่อ, นามสกุล และข้อความ เป็นต้น ไอเอชอาร์ไอ จึงได้จัดให้มีช่องทางการสื่อสารแบบปลอดภัยสำหรับข้อมูลดังกล่าวด้วยการเข้ารหัสลับข้อมูลดังกล่าว อาทิเช่น Secure Socket Layer (SSL) Protocol เป็นต้น / การตั้งรหัส เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่เข้าถึงข้อมูลได้

 

นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies)

คุกกี้” หรือ “Cookie” คือ ข้อมูลที่เว็บไซต์ส่งไปยังโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ของผู้ใช้บริการ และเมื่อมีการติดตั้งข้อมูลดังกล่าวไว้ในระบบของท่านแล้ว หากมีการเรียกใช้งานคุกกี้จะทำให้เว็บไซต์คลินิกสามารถบันทึกหรือจดจำข้อมูลของผู้ใช้บริการไว้จนกว่าผู้ใช้บริการจะออกจากโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ หรือจนกว่าผู้ใช้บริการจะทำการลบคุกกี้ออกจากโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ของท่าน หรือท่านปิดการอนุญาตให้คุกกี้นั้นทำงานอีกต่อไป หากท่านเลือกใช้งานคุกกี้แล้ว ท่านจะได้รับความสะดวกสบายในการท่องเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น เพราะคุกกี้จะช่วยจดจำคุณลักษณะของแต่ละเว็บไซต์ที่ท่านเยี่ยมชม ทั้งนี้ คลินิกจะนำข้อมูลที่คุกกี้ที่ได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้ไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ หรือในกิจกรรมอื่นของคลินิก เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของเว็บไซต์ ไอเอชอาร์ไอ ต่อไป

 

 

 

การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

คลินิกอาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น คลินิก จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้บริการอ่านนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทุกครั้งที่เยี่ยมชมหรือมีการใช้บริการจากเว็บไซต์ของคลินิก

 

การติดต่อกับ พริบตา แทนเจอรีน สหคลินิก

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไอเอชอาร์ไอ ยินดีที่จะตอบข้อสงสัย รับฟังข้อเสนอแนะ และคำติชมทั้งหลาย อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงการให้บริการของคลินิกต่อไป โดยท่านสามารถติดต่อตามที่อยู่ที่ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ หัวข้อ “ติดต่อเรา”

 

 

 

บริการเอชไอวี

ยาต้านไวรัส

ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

บริการเป๊ป (PEP)

รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

บริการเพร็พ (PrEP)

รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจหาปริมาณไวรัส

หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจหาจำนวนเม็ดเลือดขาว CD4

ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจคัดกรองเอชไอวี

ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการด้านสุขภาพจิต

บริการด้านสุขภาพจิต​

บริการตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้าเบื้องต้น บริการให้คำปรึกษาและประเมินด้านจิตใจ โดยจิตแพทย์และผู้ให้คำปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งบริการส่งต่อเข้าสู่การรักษาในระบบโรงพยาบาลหรือการรักษาตามสิทธิ์

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจการทำงานของตับ เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าตับมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจการทำงานของไต เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าไตมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจเพื่อให้ทราบค่าไขมันในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่
หากทราบความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางในการลดระดับไขมันลงมาให้เป็นปกติได้อย่างทันท่วงที

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดว่าสูงเกินกว่าปกติหรือไม่
หากพบว่ามีความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมและการรักษาต่อไป

ควรงดน้ำและงดอาหารก่อนตรวจวัดระดับน้ำตาล 6 ชั่วโมง

เพื่อตรวจดูสุขภาพทั่วไป และตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจภายใน

เป็นการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปในช่องคลอดหรือช่องคลอดใหม่เพื่อตรวจหาความผิดปกติและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่ออย่างเหมาะสม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

เป็นการส่องกล้องเพื่อตรวจดูความผิดปกติภายในทวารหนัก เช่น หูดหงอนไก่ ฝี ริดสีดวง เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการด้านวัคซีน

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำให้ตรวจภูมิต้านทานก่อนเข้ารับวัคซีน (เลือกตรวจได้หลายแบบตามที่แพทย์ให้คำแนะนำ)

1.ฉีดวัคซีนฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน โดยไม่ต้องตรวจเลือดซ้ำหลังฉีดวัคซีน
2.หากไม่มาฉีดวัคซีนเข็ถัดไปตามนัด สามารถฉีดต่อได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
3.ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ก็สามารถฉีดวัคซีนได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สร้างภูมิคุ้มกันได้มากถึง 97% (หากรับวัคซีนครบ 3 เข็ม)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 70% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 80% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18,31,33,45,52 และ 58)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดจะเกิดภูมิคุ้มกันมีอายุได้นาน 1 ปี

แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
และทวารหนัก

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีตรวจหาเชื้อเอชพีวี

เชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งปากทวารหนัก การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว โดยผู้รับบริการสามารถสว็อบด้วยตนเองได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 5 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear, Pap test หรือ cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือตรวจภายในและป้ายเซลล์จากปากมดลูกส่งตรวจหาเซลล์ผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)

การตรวจแปปสเมียร์ (anal Pap หรือ anal cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้ไม้พันสำลีใส่เข้าไปในทวารหนักเพื่อเก็บเซลล์ไปตรวจหาความผิดปกติของทวารหนัก หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการไวรัสตับอักเสบ

ตรวจหาภูมิต้านทานก่อนฉีดวัคซีน โดยสามารถเลือกตรวจได้หลายวิธี ได้แก่
1.ตรวจภูมิต้านทานระยะยาว (Anti-HAV IgG) จะได้ผลเป็น Positive ในกรณีที่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยรักษาไวรัสตับอักเสบ เอ จนหายแล้ว
2.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (Anti-HAV IgM) สำหรับแพทย์ตรวจในคนไข้ที่ต้องสงสัยในโรค โดยผลจะเป็น positive ในกรณีที่มีการติิดเชื้อระยะเฉียบพลัน
3.ตรวจรวมภูมิต้านทานทั้ง 2 ชนิด หากผลแสดงว่ามีภูมิต้านทานแล้วจึงจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

หากไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน แนะนำให้ตรวจคัดกรอง HBsAg ทุก 12 เดือน
หากต้องการฉีดวัคซีนให้ตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

การตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี สามารถตรวจได้ทั้งแบบ
1.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (HBsAg) หากตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
2.ตรวจสารภูมิต้านทาน (Anti-HBs) ในกรณีเคยติดเชื้อจนหายแล้ว หรือเคยรับวัคซีนมาก่อน
3.การตรวจสารภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่บ่งบอกร่องรอยการติดเชื้อ (Anti-HBc)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

การตรวจภูมิต้านทาน (anti-HCV ) กรณีเป็น positive หมายความว่ามีการติดเชื้ออยู่ในร่างกาย หรือเคยเป็นจนหายแล้ว
หาก anti-HCV มีผลเป็น Negative แปลว่า ไม่มีเชื้อและไม่เคยเป็นมาก่อน

ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum)
สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสเชื้อ
ตรวจหาแอนติบอดี้ที่ก่อเชื้อโรคซิฟิลิสโดยการเจาะเลือด ทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ระยะแรก จะมีแผลที่อวัยวะเพศ มีขอบแข็ง ไม่มีอาการเจ็บปวด
ระยะที่ 2 จะพบผื่นที่ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจมีปื้นสีขาวในช่องปาก จะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์- 6 เดือน หลังได้รับเชื้อ
ระยะที่ 3 เชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลังและกระดูก ระยะนี้อยู่ในช่วง 10 ปีขึ้นไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ตรวจยืนยันโดยการเจาะเลือดหาแอนติบอดีต่อเชื้อซิฟิลิส ซึ่งจะสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี
จึงสามารถตรวจทราบถึงการติดเชื้อในอดีตได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

รักษาได้โดยการฉีดยาเบนซาทีน เพนนิซิลิน จี (Benzathine Penicillin G) 2.4 ล้านยูนิต
เข้ากล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง

ควรนำคู่นอนมาตรวจด้วยแม้ไม่มีอาการ และหลังการรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในทุกช่องทาง เพราะในระยะดังกล่าวยังสามารถแพร่เชื้อได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ตรวจคัดกรองด้วยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากบริเวณลำคอ ช่องคลอด หรือช่องคลอดใหม่ ทวารหนัก และ/หรือจากปัสสาวะ
ทราบผลตรวจภายใน 2 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

ตรวจโดยการเก็บตัวอย่างหนองไปส่งตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองใน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)

รักษาให้หายได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หากมีอาการสามารถรักษาได้ด้วยยาทา หรือรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น จี้ไฟฟ้า
รังสีอินฟราเรด (Infrared) หรือ เลเซอร์ (Laser) และควรนำคู่มาตรวจร่างกายด้วย

สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งทวารหนักตามข้อบ่งชี้ของแต่ละคน เป็นประจำทุกปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการเอชไอวี

ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)