รู้จักและเข้าใจวิธีการป้องกันโรคฝีดาษลิง หยุดการใช้โรคระบาดมาตีตราทางเพศ

หลายๆ คนอาจจะรู้สึกกังวลกันบ้าง หลังจาก WHO ได้ประกาศให้ฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข อีกทั้งยัง เห็นข่าวจากหลายๆ ที่ ที่เอาความโรคระบาดนี้มาตีตราทางเพศกับกลุ่มชายรักชาย กลุ่ม LGBTQ+  ซึ่งเราอยากมาย้ำว่าไม่เป็นความจริง เพราะโรคระบาดไม่เคยเลือกเพศ ฝีดาษลิงเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ อย่าให้การตีตราทางเพศด้วยโรคระบาดซ้ำรอยกับโรคเอดส์และ HIV ในอดีต เรามาทำความเข้าใจและรู้จักโรคฝีดาษลิง เพื่อวางแผนระวังป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยและรับมือโรคนี้กัน

“อาการของฝีดาษลิง”

ส่วนใหญ่ผู้ที่รับเชื้อผ่านการสัมผัสของเหลวจากตุ่มน้ำ โดยทั่วไปแล้วอาการจะไม่รุนแรง โดยจะเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนองบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ กระจายมาที่แขน ขา หรือลำตัว ซึ่งไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ส่วนอาการไข้ ปวดหัว ต่อมน้ำเหลืองโต จะเป็นอาการที่พบเพียงบางส่วนเท่านั้น

“การติดต่อของโรคฝีดาษลิง”

การติดต่อที่ง่ายที่สุดคือการสัมผัสของเหลวจากตุ่มน้ำ สารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจส่วนการติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์นั้นยังไม่มีข้อมูลที่สามารถสรุปได้อย่างแน่ชัดซึ่งหากเทียบกันแล้ว การติดต่อของฝีดาษลิงจะมีความคล้ายกับโรคอีสุกอีใสที่เราคุ้นเคยกันในตอนเด็กๆ นั่นเองค่ะลูกๆ

“การป้องกันโรคฝีดาษลิง”

แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีแนวทางการรักษา หรือวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงที่แน่ชัด แต่การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การล้างมือบ่อยๆ พยายามรักษาความสะอาด มีเพศสัมพันธ์อย่างระมัดระวังและจำกัดจำนวนคู่นอน รวมทั้งการเรียนรู้อาการและการติดต่อของโรคฝีดาษลิงอยู่เสมอ ช่วยให้เราสามารถรับมือกับโรคนี้ได้

คุณอาจสนใจสิ่งนี้:

จาก “ราเซียไบ” สู่ “ฮิจรา” (Hijra) หญิงข้ามเพศในอินเดีย จากภาพยนตร์ดังเรื่อง “คังคุไบ”

“ฉันอาจไม่ใช่ทั้งชายและหญิง แต่ก็มากเกินพอสำหรับคนอย่างแก” — ประโยคนี้ถูกกล่าวโดย ‘ราเซียไบ’ ตัวละครหญิงข้ามเพศ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘Gangubai Kathiawadi (คังคุไบ กาเฐียวาดี) ราชินีมาเฟียแห่งมุมไบ’ ภาพยนตร์อินเดียที่มาแรงและเป็นกระแสจนขึ้นอันดับหนึ่งใน Netflix ประเทศไทย

อ่านต่อ

รู้จักและเข้าใจวิธีการป้องกันโรคฝีดาษลิง หยุดการใช้โรคระบาดมาตีตราทางเพศ

หลายๆ คนอาจจะรู้สึกกังวลกันบ้าง หลังจาก WHO ได้ประกาศให้ฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข อีกทั้งยัง เห็นข่าวจากหลายๆ ที่ ที่เอาความโรคระบาดนี้มาตีตราทางเพศกับกลุ่มชายรักชาย กลุ่ม LGBTQ+ ซึ่งเราอยากมาย้ำว่าไม่เป็นความจริง เพราะโรคระบาดไม่เคยเลือกเพศ ฝีดาษลิงเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ อย่าให้การตีตราทางเพศด้วยโรคระบาดซ้ำรอยกับโรคเอดส์และ HIV ในอดีต เรามาทำความเข้าใจและรู้จักโรคฝีดาษลิง เพื่อวางแผนระวังป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยและรับมือโรคนี้กัน

อ่านต่อ

คลินิกเพื่อสุขภาพ
คนข้ามเพศแห่งแรกในไทย

เปิดบริการ

จันทร์ - เสาร์ 10.00 - 17.00 น.

รับคิวให้บริการคิวสุดท้ายก่อนเวลา 15.00 น.

บริการเอชไอวี

ยาต้านไวรัส

ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

บริการเป๊ป (PEP)

รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

บริการเพร็พ (PrEP)

รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจหาปริมาณไวรัส

หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจหาจำนวนเม็ดเลือดขาว CD4

ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการเอชไอวี

ตรวจคัดกรองเอชไอวี

ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

บริการด้านสุขภาพจิต

บริการด้านสุขภาพจิต​

บริการตรวจคัดกรองภาวะซึมเศร้าเบื้องต้น บริการให้คำปรึกษาและประเมินด้านจิตใจ โดยจิตแพทย์และผู้ให้คำปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านความหลากหลายทางเพศ รวมทั้งบริการส่งต่อเข้าสู่การรักษาในระบบโรงพยาบาลหรือการรักษาตามสิทธิ์

บริการตรวจสุขภาพอื่นๆ

ตรวจการทำงานของตับ เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าตับมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจการทำงานของไต เพื่อเช็คความพร้อมสำหรับผู้ที่รับยาใดๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากตรวจพบว่ามีค่าไตมีความผิดปกติแพทย์จะให้คำแนะนำและปรับแนวทางการรับยานั้นๆต่อไป

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจเพื่อให้ทราบค่าไขมันในกระแสเลือดว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่
หากทราบความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางในการลดระดับไขมันลงมาให้เป็นปกติได้อย่างทันท่วงที

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดว่าสูงเกินกว่าปกติหรือไม่
หากพบว่ามีความผิดปกติแพทย์จะแนะนำแนวทางการปรับพฤติกรรมและการรักษาต่อไป

ควรงดน้ำและงดอาหารก่อนตรวจวัดระดับน้ำตาล 6 ชั่วโมง

เพื่อตรวจดูสุขภาพทั่วไป และตรวจหาโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น

ควรตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก หรือทุก 6 เดือนในปีถัดไป หรือตามแพทย์แนะนำ

ตรวจภายใน

เป็นการใช้เครื่องมือสอดเข้าไปในช่องคลอดหรือช่องคลอดใหม่เพื่อตรวจหาความผิดปกติและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการต่ออย่างเหมาะสม

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

เป็นการส่องกล้องเพื่อตรวจดูความผิดปกติภายในทวารหนัก เช่น หูดหงอนไก่ ฝี ริดสีดวง เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV) , มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการด้านวัคซีน

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำให้ตรวจภูมิต้านทานก่อนเข้ารับวัคซีน (เลือกตรวจได้หลายแบบตามที่แพทย์ให้คำแนะนำ)

1.ฉีดวัคซีนฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน โดยไม่ต้องตรวจเลือดซ้ำหลังฉีดวัคซีน
2.หากไม่มาฉีดวัคซีนเข็ถัดไปตามนัด สามารถฉีดต่อได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
3.ผู้อยู่ร่วมกับ HIV ก็สามารถฉีดวัคซีนได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

รับวัคซีนเพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สร้างภูมิคุ้มกันได้มากถึง 97% (หากรับวัคซีนครบ 3 เข็ม)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 70% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

สามารถป้องกันการเป็นหูดได้ 90% (ป้องกันสายพันธุ์ 6,11)
และป้องกันการเกิดมะเร็งได้ 80% (ป้องกันสายพันธุ์ 16,18,31,33,45,52 และ 58)

1.อายุน้อยกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 2 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0 และ 6-12
2.อายุมากกว่า 15 ปี ฉีดวัคซีน 3 เข็ม โดยฉีดเดือนที่ 0, 1-2 และ 6
3.ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องไม่ว่าอายุเท่าไร ฉีดวัคซีน 3 เข็ม เดือนที่ 0, 1-2 และ 6

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)

รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันไข้หวัดใหญ่ หลังฉีดจะเกิดภูมิคุ้มกันมีอายุได้นาน 1 ปี

แนะนำให้ฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง

บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
และทวารหนัก

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีตรวจหาเชื้อเอชพีวี

เชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งปากทวารหนัก การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์เสี่ยงสูงจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการคัดกรองมะเร็งดังกล่าว โดยผู้รับบริการสามารถสว็อบด้วยตนเองได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 5 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear, Pap test หรือ cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีหนึ่ง โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือตรวจภายในและป้ายเซลล์จากปากมดลูกส่งตรวจหาเซลล์ผิดปกติซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งได้ หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer)

การตรวจแปปสเมียร์ (anal Pap หรือ anal cytology) เป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้ไม้พันสำลีใส่เข้าไปในทวารหนักเพื่อเก็บเซลล์ไปตรวจหาความผิดปกติของทวารหนัก หากการตรวจให้ผลลบ ให้ตรวจซ้ำทุก 1 ปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการไวรัสตับอักเสบ

ตรวจหาภูมิต้านทานก่อนฉีดวัคซีน โดยสามารถเลือกตรวจได้หลายวิธี ได้แก่
1.ตรวจภูมิต้านทานระยะยาว (Anti-HAV IgG) จะได้ผลเป็น Positive ในกรณีที่เคยฉีดวัคซีนหรือเคยรักษาไวรัสตับอักเสบ เอ จนหายแล้ว
2.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (Anti-HAV IgM) สำหรับแพทย์ตรวจในคนไข้ที่ต้องสงสัยในโรค โดยผลจะเป็น positive ในกรณีที่มีการติิดเชื้อระยะเฉียบพลัน
3.ตรวจรวมภูมิต้านทานทั้ง 2 ชนิด หากผลแสดงว่ามีภูมิต้านทานแล้วจึงจะไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A Virus)

หากไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกัน แนะนำให้ตรวจคัดกรอง HBsAg ทุก 12 เดือน
หากต้องการฉีดวัคซีนให้ตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

การตรวจหาภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี สามารถตรวจได้ทั้งแบบ
1.ตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (HBsAg) หากตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบบีในร่างกาย ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป
2.ตรวจสารภูมิต้านทาน (Anti-HBs) ในกรณีเคยติดเชื้อจนหายแล้ว หรือเคยรับวัคซีนมาก่อน
3.การตรวจสารภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่บ่งบอกร่องรอยการติดเชื้อ (Anti-HBc)

ควรตรวจทั้ง HBsAg และ anti-HBs ก่อนฉีดวัคซีน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus)

การตรวจภูมิต้านทาน (anti-HCV ) กรณีเป็น positive หมายความว่ามีการติดเชื้ออยู่ในร่างกาย หรือเคยเป็นจนหายแล้ว
หาก anti-HCV มีผลเป็น Negative แปลว่า ไม่มีเชื้อและไม่เคยเป็นมาก่อน

ยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบซีได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C Virus)

บริการโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum)
สามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสเชื้อ
ตรวจหาแอนติบอดี้ที่ก่อเชื้อโรคซิฟิลิสโดยการเจาะเลือด ทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ระยะแรก จะมีแผลที่อวัยวะเพศ มีขอบแข็ง ไม่มีอาการเจ็บปวด
ระยะที่ 2 จะพบผื่นที่ลำตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจมีปื้นสีขาวในช่องปาก จะอยู่ในช่วง 6 สัปดาห์- 6 เดือน หลังได้รับเชื้อ
ระยะที่ 3 เชื้อจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ดวงตา หัวใจ ไขสันหลังและกระดูก ระยะนี้อยู่ในช่วง 10 ปีขึ้นไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ตรวจยืนยันโดยการเจาะเลือดหาแอนติบอดีต่อเชื้อซิฟิลิส ซึ่งจะสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานหลายปี
จึงสามารถตรวจทราบถึงการติดเชื้อในอดีตได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

รักษาได้โดยการฉีดยาเบนซาทีน เพนนิซิลิน จี (Benzathine Penicillin G) 2.4 ล้านยูนิต
เข้ากล้ามเนื้อสะโพกทั้ง 2 ข้าง

ควรนำคู่นอนมาตรวจด้วยแม้ไม่มีอาการ และหลังการรักษาควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 1-2 สัปดาห์
หรือใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในทุกช่องทาง เพราะในระยะดังกล่าวยังสามารถแพร่เชื้อได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ซิฟิลิส (Syphilis)

ตรวจคัดกรองด้วยการเก็บตัวอย่างส่งตรวจจากบริเวณลำคอ ช่องคลอด หรือช่องคลอดใหม่ ทวารหนัก และ/หรือจากปัสสาวะ
ทราบผลตรวจภายใน 2 ชั่วโมง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

ตรวจโดยการเก็บตัวอย่างหนองไปส่งตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองใน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)

รักษาให้หายได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หนองใน (Gonorrhoea)หนองในเทียม (Chlamydia)

หูดหงอนไก่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หากมีอาการสามารถรักษาได้ด้วยยาทา หรือรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น จี้ไฟฟ้า
รังสีอินฟราเรด (Infrared) หรือ เลเซอร์ (Laser) และควรนำคู่มาตรวจร่างกายด้วย

สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน HPV และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งทวารหนักตามข้อบ่งชี้ของแต่ละคน เป็นประจำทุกปี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

หูดหงอนไก่ (Genital warts) และเชื้อเอชพีวี (HPV)มะเร็งปากทวารหนัก (Anal Cancer)

บริการเอชไอวี

ตรวจโดยการเจาะเลือด มี 2 วิธี ได้แก่
1.วิธี Anti-HIV : ตรวจหาภูมิคุ้มกันที่ตอบสนองกับเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังมีความเสี่ยง
2.วิธี NAT : ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้ตั้งแต่ 1-2 สัปดาห์หลังมีความเสี่ยง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

ตรวจหาปริมาณเม็ดเลือดขาว CD4 โดยการเจาะเลือด สำหรับผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV หากมีระดับ CD 4 ต่ำกว่า 200 จะทำให้มีโอกาสติดเชื้อฉวยโอกาสได้ง่าย เนื่องจากอยู่ในภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และหากผู้ที่อยู่ร่วมกับ HIV ได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะมีค่า CD4 คงที่อยู่ที่ระดับ 500-600

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

หรือ Viral Load ในผู้อยู่ร่วมกับ HIV เป็นการตรวจหาปริมาณไวรัส HIV ในเลือด เพื่อประเมินว่าร่างกายสามารถควบคุมปริมาณไวรัสได้มากน้อยเพียงใด
หากได้รับยาต้านไวรัสต่อเนื่องจะทำให้จำนวน Viral Load ต่ำมากๆจนไม่สามารถตรวจวัดได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

รับ PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ก่อนการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยมีเชื้อเท่านั้น โดยเป็นการรับประทานต่อเนื่องอย่างถูกต้องตามแพทย์แนะนำ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

รับ PEP (Post-Exposure Prophylaxis) ยาป้องกันการรับเชื้อ HIV ในกรณีฉุกเฉิน หลังการสัมผัสเชื้อ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงมา ภายใน 72 ชั่วโมง และต้องทานต่อเนื่อง 28 วัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)

ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV โดยจะทำหน้าที่ช่วยลดระดับจำนวนไวรัสลง
หากรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่องจะเข้าสู่สถานะ U=U หรือ ตรวจไม่พบเชื้อ = ไม่แพร่เชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เอชไอวี (HIV)